Saturday, 9 December 2023

5 วิตามิน อาหารเสริมบำรุงผิวขาวกระจ่างใส

การดำเนินชีวิตในปัจจุบันที่ทำให้ผิวต้องสัมผัสกับฝุ่น ควัน แสงแดด ความเครียด และอาหารที่รับประทานที่มีประโยชน์ไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายสร้างสารต้านอนุมูลอิสระได้ไม่เพียงพอที่จะกำจัดอนุมูลอิสระที่ผิวต้องเผชิญ ทำให้เกิดภาวะที่ผิวมีอนุมูลอิสระมากเกินกว่าร่างกายจะกำจัดออกไปได้หมด ทำให้การผลัดเซลล์ของผิวแย่ลง มีการสร้างเม็ดสีผิวมากขึ้น ส่งผลให้ผิวดูคล้ำเสีย ดังนั้นการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการป้องกันอนุมูลอิสระที่จะมาทำร้ายผิว ลดผิวคล้ำเสีย ช่วยกระตุ้นให้การผลัดเซลล์ของผิวเป็นไปตามธรรมชาติมากขึ้น วันนี้จะมารีวิว 5 อาหารเสริมที่ช่วยเรื่องผิวกันนะคะ

  1. Vitamin c ตัววิตามินซีนอกจากจะมีประโยชน์ในเรื่องของช่วยสร้างเส้นใยคอลลาเจน ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันเซลล์ผิวจากการถูกอ็อกซิเดชั่นจากรังสียูวีที่มีส่วนทำให้สีผิวคล้ำขึ้น ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสี กระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ของผิวชั้นนอก จึงทำให้ผิวกระจ่างใส ลดผิวคล้ำเสียได้

วิธีเลือกวิตามินซีแบบรับประทาน

1.แนะนำให้เลือกเป็นวิตามินซีในรูปแบบเกลือของกรดแอสคอบิก เช่น โซเดียม แอสคอร์เบท (sodium ascorbate) โพแทสเซียม แอสคอร์เบท (potassium ascorbate)  หรือวิตามินซีในรูปแบบธรรมชาติ เช่น อะเซโรล่าเชอรี่ (acerola cherry) โดยดูจากฉลากของผลิตภัณฑ์ เนื่องจากระคายเคืองกระเพาะอาหารน้อยกว่า

2.เลือกรูปแบบการปลดปล่อยวิตามินซี ให้เลือกวิตามินซีที่ค่อยๆปล่อยปลดวิตามินออกมาจะทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น

3.ตัวช่วยในการดูดซึมวิตามินซีในสูตรและส่วนประกอบอื่นๆ อย่างเช่น ไบโอฟลาวานอยด์ (bioflavonoids) เนื่องจากจะทำให้ดูดซึมวิตามินซีได้ดีขึ้นและทำให้ผิวและหลอดเลือดแข็งแรงมากขึ้น

4.เลือกรูปแบบของผลิตภัณฑ์ ว่าเป็นแบบอม แบบละลายน้ำ หรือแบบเม็ด

ขนาดรับประทานครั้งละ 500 – 1000 มิลลิกรัมต่อวัน แนะนำให้กินตอนเช้า หลังอาหารหรือพร้อมอาหาร วิตามินซีมีความเป็นกรด อาจจะทำให้แสบร้อนกลางอก หรือทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหารได้

  1. Grapes seed ตัวสารสกัดจากเมล็ดองุ่นจะมีสารสำคัญที่ชื่อว่า oligomeric proanthocyanidins (OPCs) จัดว่าเป็นสารที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินซี 20 เท่าและวิตามินอี 50 เท่า ลดการสร้างเม็ดสีใต้ผิวหนัง สามารถรวมตัวได้ดีกับคอลลาเจน ทำให้ผิวและหลอดเลือดแข็งแรงและมีความยืดหยุ่น และยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้านอื่นอีกมากมาย

ขนาดรับประทานครั้งละ 50-300 มิลลิกรัมต่อวัน แนะนำให้รับประทานตอนท้องว่างก่อนอาหาร 15 นาที ระวังการใช้ในคนที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วาร์ฟาริน เป็นต้น

  1. Astraxantine แอสตาแซนธิน เป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ ที่มักพบได้จากการสังเคราะห์ของแบคทรีเรีย สาหร่าย และยีสต์ แต่ที่พบในอุตสาหกรรมอาหารเสริมมากที่สุดมักจะนำมาจากสาหร่ายสีแดงสายพันธุ์ฮีมาโตคอคคัส พลูวิเอลิส (Haematococcus pluvialis) โดยแอสตร้าแซนธินมีผลช่วยป้องกันผิวจากแสง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และลดการเกิดการอักเสบ นอกจากนี้แล้วยังช่วยทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ลดการสร้างเม็ดสีผิว ทำให้เกิดการสมานแผลได้ดีขึ้น

ขนาดรับประทานครั้งละ 4-6 มิลลิกรัมต่อวัน พร้อมอาหารหรือหลังอาหาร

  1. Glutathione กลูต้าไธโอนเป็นกรดอะมิโน 3 ตัวต่อกัน ได้แก่ ซีสเตอีน กลูตาเมท ไกลซีน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถพบได้ในร่างกายแต่อาจจะไม่เพียงพอ โดยไปยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสทำให้ลดการสร้างเม็ดสีผิว และกระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิวฟีโอเมลานิน (Pheomelanin) ที่มักจะพบในคนผิวขาว มากกว่ายูเมลานิน (Eumelanin) ที่มักจะพบในคนผิวคล้ำ นอกจากจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระแล้วยังช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย และส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน แต่ในปัจจุบันกลไกในเรื่องของช่วยทำให้ผิวขาวก็ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน

ขนาดรับประทานครั้งละ 50 – 600 มิลลิกรัมต่อวัน แต่องค์การอาหารและยาของประเทศไทยให้รับประทาน L-glutathinone 250 มิลลิกรัมต่อวัน พร้อมอาหารหรือหลังอาหาร

  1. Lycopene สารสกัดจากมะเขือเทศพบสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าเบต้าแคโรทีนถึง 2 เท่า มีประโยชน์ช่วยป้องกันผิวจากแสงยูวีและช่วยชะลอวัย กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น มีการศึกษาพบว่าการรับประทานไลโคปีน หรือมะเขือเทศเข้มข้นที่มีไลโคปีนในปริมาณ 16 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายด้วยรังสียูวีในแสงแดด ทำให้ผิวทนต่อแสงแดดได้มากขึ้น และช่วยลดอาการผิวไหม้อันเกิดจากแสงแดด ทำให้ผิวไม่คล้ำเสียง่าย

ขนาดรับประทาน 7-60 มิลลิกรัมต่อวัน

หากมีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาอะไรประจำอยู่แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารส่วนใหญ่จะเห็นผลได้ดีเมื่อรับประทานไปแล้ว 4-12 สัปดาห์ นอกจากการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแล้ว ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด มลภาวะ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมาก ๆก็จะทำให้ผิวดูสุขภาพดีและเปล่งปลั่งได้

Reference :

  1. “Role of vitamin C in skin diseases”. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.frontiersin.org/articles/10.3389/fphys.2018.00819/full .
  2. “Oligomeric proanthocyanidins from grape seeds effectively inhibit ultraviolet-induced melanogenesis of human melanocytes in vitro”. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/19148543/ .
  3. “Astaxanthin in skin health,repair, and disease: a comprehensive review”. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5946307/ .
  4. “Glutathione and its antiaging and antimelanogenic effects”. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5413479/ .
  5. “Lycopene, photoprotection and skin care: the benefits of organic quality”. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จากhttps://www.researchgate.net/publication/286888377_Lycopene_photoprotection_and_skin_care_The_benefits_of_organic_quality

CREDIT: PIXABAY .com

Disclaimer

เราจะให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การรักษาโรค การใช้ยาสมุนไพร ฯลฯ อย่างไรก็ตามเนื้อหาในเว็บไซด์ แห่งนี้มีไว้เพื่อการศึกษาหรือเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หรือใช้แทนคำการวินิจฉัย การรักษาทางการแพทย์แต่อย่างไร หากคุณมีอาการเจ็บป่วยหรือรู้สึกไม่สบายควรปรึกษาแพทย์ที่สถานพยาบาลเท่านั้น