Saturday, 9 December 2023

ยาคุมรักษาสิว ยาคุมลดสิว กินแล้วไม่อ้วนเลือกยังไง

สวัสดีค่ะ เภว๊าว ว๊าวความรู้คู่สุขภาพ วันนี้จะมีพูดถึงยาคุมรักษาสิวกันนะคะ ว่ามีกี่ตัว ควรเลือกยาคุมยังไงให้กินแล้วไม่อ้วนนะคะ แต่ก่อนจะซื้อยาคุมมารับประทานแนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งนะคะ
ยาคุมรักษาสิวได้อย่างไร
ก่อนอื่นต้องพูดถึงสาเหตุของการเกิดสิวกันก่อนนะคะ สาเหตุหนึ่งเกิดจากฮอร์โมนแอนโดรเจนที่ผิดปกติทำให้ผิวมีการผลิตน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ส่งผลทำให้เกิดการอักเสบและเพิ่มจำนวนของแบคทรีเรีย C.acnes (Cutibacterium acnes มีชื่อเดิมว่า Propionibacterium acnes) ทำให้เกิดสิวต่างๆตามมาได้ นอกจากฮอร์โมนแอนโดรเจนจะทำให้หน้ามันผมมัน เป็นสิวแล้วยังทำให้ขนดกด้วย ดังนั้นการกินยาคุมรักษาสิวสามารถใช้ได้ในผู้หญิงที่มีฮอร์โมนแอนโดรเจนผิดปกติในรายที่เป็นสิวรุนแรงปานกลางขึ้นไปและใช้ยาทารักษาสิวร่วมกับยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานแล้วแต่ได้ผลไม่ดีเท่าที่ควรหรือไม่ค่อยตอบสนองต่อยารักษาสิวชนิดอื่น โดยยาคุมจะไปต้านฤทธิ์ฮอร์โมนแอนโดรเจนและลดฤทธิ์ฮอร์โมนแอนโดรเจน ทำให้ลดอาการหน้ามันผมมันและลดการเกิดสิว นอกจากยาคุมจะรักษาสิวแล้ว ยังช่วยปรับสมดุลรอบเดือนให้มีสภาวะปกติได้อีกด้วย
ต้องกินยาคุมรักษาสิวนานแค่ไหน
การรักษาสิวจะใช้ยาฮอร์โมนอย่างน้อย 3 เดือนจึงจะเริ่มเห็นผลและควรใช้ควบคู่กับยาทา จะเห็นผลดีที่สุดเมื่อใช้นาน 6-12 เดือน
ยาคุมตัวไหนบ้างรักษาสิว
ยาคุมที่รักษาสิวได้จะเป็นยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดแบบฮอร์โมนรวมที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) และโปรเจสโตรเจน (progestrogen) โดยเอสโตรเจนที่อยู่ในยาคุมมีชื่อว่าEthinyl Estradiol (EE) ส่วนโปรเจสโตรเจนที่องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้กำหนดให้เป็นยาคุมที่ใช้รักษาสิวได้ แต่ละตัวจะมีชื่อเฉพาะ ได้แก่ ฮอร์โมนรวมที่มีเอสโตรเจนร่วมกับนอร์เจสติเมท (norgestimate) เอสโตรเจนร่วมกับนอร์ทินโดรน (norethindrone) และเอสโตรเจนร่วมกับดรอสไพรีโนน (drospirenone)
ส่วนในประเทศไทยจะใช้นิยมโปรเจสโตรเจนที่มีชื่อว่า ไซโปรเทอโรน อะซิเตท (cyproterone acetate) เดโซเจสเทรล (desogestrel) ดรอสไพรีโนน (drospirenone) โครมาดิโนน อะซิเตท (chlormadinone acetate)
ยาคุมรักษาสิวแต่ละตัวแตกต่างกันอย่างไร
1. Ethinyl Estradiol (EE) 0.035 มิลลิกรัม ร่วมกับไซโปรเทอโรน อะซิเตท (cyproterone acetate) 2 มิลลิกรัม ตัวนี้มีชื่อการค้าว่า Diane35® Preme® Sucee® Dafne35® ตัวนี้เหมาะกับคนที่มีน้ำหนักน้อยและไม่กังวลเรื่องน้ำหนักเนื่องจากตัวไซโปรเทอโรน อะซิเตท (cyproterone acetate) ทำให้เกิดภาวะบวมน้ำและน้ำหนักเพิ่มได้ และเหมาะกับคนที่เคยกินยาคุมแล้วไม่เวียนศีรษะคลื่นไส้อาเจียน เนื่องจากตัวนี้มีฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มากกว่าตัวอื่นในท้องตลาด ตัวไซโปรเทอโรน อะซิเตท (cyproterone acetate) จะมีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชาย ลดการทำงานของต่อมไขมัน ลดสิวบริเวณใบหน้าและลำตัว ลดภาวะขนดกจากฮอร์โมนเพศชายได้
2. Ethinyl Estradiol (EE) 0.03 มิลลิกรัม ร่วมกับโครมาดิโนน อะซิเตท (chlormadinone acetate) ตัวนี้มีชื่อการค้าว่า Belara® Chariva® ตัวโครมาดิโนน อะซิเตท (chlormadinone acetate) เหมาะกับคนที่เป็นสิวปานกลาง กังวลเรื่องน้ำหนักแต่ต้องการใช้ตัวที่คล้ายกับตัวไซโปรเทอโรน อะซิเตท (cyproterone acetate) เนื่องจากตัวนี้ไม่ทำให้เกิดภาวะบวมน้ำและน้ำหนักเพิ่ม แต่มีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชาย ลดการทำงานของต่อมไขมัน ลดสิวบริเวณใบหน้าและลำตัว ลดภาวะขนดกจากฮอร์โมนเพศชายได้เหมือนกับตัวไซโปรเทอโรน อะซิเตท (cyproterone acetate) แต่มีฤทธิ์อ่อนกว่า
3. Ethinyl Estradiol (EE) 0.03 มิลลิกรัม ร่วมกับดรอสไพรีโนน (drospirenone) 3 มิลลิกรัม ตัวนี้มีชื่อการค้าว่า Yasmin® Melodia® ตัวนี้เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องน้ำหนักเนื่องจากตัวดรอสไพรีโนน (drospirenone) จะลดการคั่งของน้ำในร่างกายทำให้น้ำหนักไม่เพิ่ม และเหมาะกับคนที่กินยาคุมที่มี Ethinyl Estradiol (EE) 0.035 มิลลิกรัม แล้วมีอาการเวียนศีรษะ เนื่องจากตัวนี้จะมี Ethinyl Estradiol (EE) ลดลงเหลือ 0.030 มิลลิกรัม ตัวนี้จะเป็นโปรเจสตินที่พัฒนามาในเรื่องของภาวะบวมน้ำและผลข้างเคียงต่างๆที่ลดลงจึงทำให้มีราคาสูงกว่าตัวอื่นๆ
4. Ethinyl Estradiol (EE) 0.02 มิลลิกรัม ร่วมกับดรอสไพรีโนน (drospirenone) 3 มิลลิกรัม ตัวนี้มีชื่อการค้าว่า YAZ® Syfonia® ตัวนี้เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องน้ำหนักเนื่องจากตัวดรอสไพรีโนน (drospirenone) จะลดการคั่งของน้ำในร่างกายทำให้น้ำหนักไม่เพิ่ม และเหมาะกับคนที่กินยาคุมที่มี Ethinyl Estradiol (EE) ในปริมาณมาก แล้วมีอาการเวียนศีรษะ ตัวนี้จะช่วยลดอาการก่อนมีประจำเดือนได้ เช่น หงุดหงิด กินจุก หิวบ่อย ปวดศีรษะก่อนมีรอบเดือน ทำให้รอบเดือนลดลงเนื่องจากเป็นยาคุมที่มีช่วงว่างฮอร์โมน 4 เม็ด เป็นต้น แต่เนื่องจากตัวนี้จะมี Ethinyl Estradiol (EE) ลดลงเหลือ 0.02 มิลลิกรัม แต่เนื่องจากปริมาณ Ethinyl Estradiol (EE) ลดลงอยู่ในขนาดต่ำอาจทำให้เกิดเลือดออกกะปริกะปรอยได้ หรือรอบเดือนหายได้ ตัวนี้จะเป็นโปรเจสตินที่พัฒนามาในเรื่องของภาวะบวมน้ำและผลข้างเคียงต่างๆที่ลดลงจึงทำให้มีราคาสูงกว่าตัวอื่นๆ
5. Ethinyl Estradiol (EE) ร่วมกับเดโซเจสเทรล (desogestrel) ตัวนี้มีชื่อการค้าว่า Oilezz® เป็นฮอร์โมน 2 ระดับ ที่เลียนแบบการหลั่งฮอร์โมนตามธรรมชาติของผู้หญิงโดยช่วงต้นเดือนจะมี Ethinyl Estradiol (EE) 0.040 มิลลิกรัม (สูง) ร่วมกับเดโซเจสเทรล (desogestrel) 0.025 มิลลิกรัม (ต่ำ) ช่วงปลายเดือนจะมี Ethinyl Estradiol (EE) 0.030 มิลลิกรัม (ต่ำ) ร่วมกับเดโซเจสเทรล (desogestrel) 0.125 มิลลิกรัม (สูง) ข้อดีคือ ทำให้ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกายและไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม ข้อด้อยโปรเจสตินตัวนี้อาจจะไม่ได้ให้ผลได้ดีเท่าตัวไซโปรเทอโรน อะซิเตท (cyproterone acetate) และดรอสไพรีโนน (drospirenone) เหมาะกับคนที่เป็นสิวปานกลาง
ข้อควรระวังสำหรับการใช้ยาคุมรักษาสิว
1. สำหรับคนที่เป็นฝ้าหรือต้องทำงานกลางแดด อาจจะต้องใช้ยาคุมที่มี Ethinyl Estradiol (EE) ขนาดต่ำๆ เนื่องจากตัวเอสโตรเจนมีผลทำให้ผิวไวต่อแสงและเกิดฝ้าได้มากขึ้น
2. คนที่มีโรคประจำตัวหรือกินยาอะไรประจำอยู่แล้วควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งที่ซื้อยา เนื่องจากยาบางตัวทำให้ประสิทธิภาพของยาคุมลดลงได้
ถึงแม้ว่าสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวจะเกิดจากฮอร์โมนแต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะกินฮอร์โมนหรือยาคุมเพื่อรักษาสิวได้ ดังนั้นก่อนกินยาคุมรักษาสิวจึงต้องควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ไม่ควรซื้อกินเองเนื่องจากมีข้อห้ามใช้สำหรับบางคน เช่น คนที่มีโรคประจำตัว เป็นไมเกรน เป็นต้น อีกทั้งยาคุมเป็นยาอันตรายไม่ควรซื้อผ่านอินเตอร์เน็ตนะคะ หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ ฝากติดตามบทความต่อไปด้วยนะคะ

Future read:
1. “Hormonal acne:What you need to know”. [Internet]. Available from: https://www.medicalnewstoday.com/articles/313084. (Cited 19 May 2020)
Reference:
1. “ยาเม็ดคุมกำเนืด”. ภูริดา เวียนทอง. การเลือกใช้เภสัชภัณฑ์ เล่มที่ 2 ;2556.p.29-41
2. “Birth control for acne”. [Internet]. Available from: https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/acne/birth-control-for-acne-treatment#2. (Cited 19 May 2020)

Disclaimer

เราจะให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การรักษาโรค การใช้ยาสมุนไพร ฯลฯ อย่างไรก็ตามเนื้อหาในเว็บไซด์ แห่งนี้มีไว้เพื่อการศึกษาหรือเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หรือใช้แทนคำการวินิจฉัย การรักษาทางการแพทย์แต่อย่างไร หากคุณมีอาการเจ็บป่วยหรือรู้สึกไม่สบายควรปรึกษาแพทย์ที่สถานพยาบาลเท่านั้น