Tuesday, 19 September 2023

วิธีลงสกินแคร์ เรียงลำดับการลง skin care และการทายารักษาสิว

สวัสดีค่ะเภว๊าว ว๊าวความรู้คู่สุขภาพ
วันนี้จะมีพูดถึงการใช้ยารักษาสิวและการลงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆนะคะ โดยการทายารักษาสิวและการทาครีมบำรุงผิวให้ถูกวิธีจะช่วยเสริมประสิทธิภาพของครีมบำรุงให้ผิวได้รับประโยชน์ได้เต็มที่ โดยลำดับขั้นตอนการทายาและครีมบำรุงจะมีเทคนิคให้เข้าใจง่ายดังนี้ค่ะ 1.ทาตัวที่เป็นยาก่อน 2.ทาตัวที่เป็นน้ำก่อน 3. ถ้าตัวที่เหลวกว่าและใสกว่าก่อน
1.ล้างหน้า เริ่มจากการทำความสะอาดหน้าเพื่อลดการอุดตันของรูขุมขนและเพิ่มการดูดซึมของยาและครีมบำรุงต่าง ๆ แม้ว่าเราจะไม่ได้แต่งหน้า ทาแต่ครีมบำรุงผิวหรือครีมกันแดดก็ตาม ควรต้องเช็ดหน้าด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอาง การใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางก็เป็นหนึ่งตัวช่วยให้เราทำความสะอาดหน้าได้ดีขึ้น สำหรับคนที่หน้ามันและเป็นสิวให้เลือกผลิตภัณฑ์เช็ดหน้าสำหรับผิวแพ้ง่าย จากนั้นล้างหน้าด้วยสบู่ล้างหน้าหรือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยน
2.เช็ดโทนเนอร์ ตัวโทนเนอร์จะไปช่วยกำจัดน้ำมันส่วนเกินและเครื่องสำอางตกค้างที่ยังเหลืออยู่ ช่วยปรับ PH ของผิว และควบคุมการเกิดสิว รวมถึงโทนเนอร์จะไปช่วยทำความสะอาดผิวและลดการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้วทำให้ลดสาเหตุของการเกิดสิวได้ โทนเนอร์อาจจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือไม่มีก็ได้แล้วแต่ผลิตภัณฑ์ แต่สำหรับคนที่ผิวแพ้ง่ายแนะนำโทนเนอร์ที่ใช้สำหรับผิวแพ้ง่ายหรือมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์น้อยที่สุดหรือไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เลย สำหรับคนหน้ามันเป็นสิวแนะนำให้ใช้โทนเนอร์วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ส่วนคนผิวแห้งหากใช้โทนเนอร์แล้วรู้สึกว่าผิวแห้งมากอาจจะใช้วันละครั้งตอนเย็น
3.ทายารักษาสิว การรักษาสิวสำหรับบางคนอาจจะใช้ยาหลายตัวแนะนำให้เริ่มทาตามเทคนิคที่บอกไว้ในตอนแรกคือเลือกตัวที่เป็นน้ำก่อน หรือใช้ตัวที่เหลวกว่าและใสกว่าก่อน เช่น หากเราต้องทายาฆ่าเชื้อสิว Clinda-M® และ Differin® ให้เราทายาฆ่าเชื้อสิว Clinda-M® ก่อนโดยทาเฉพาะจุดที่เป็นหนอง และรอ 3-5 นาทีให้ยาได้ถูกดูดซึมไปกับผิวหนังแล้วจึงทาด้วย Differin® ทั่วทั้งหน้า เป็นต้น สำหรับคนที่ทา Tretinoin ( Retin-A ) ก่อนนอน จริงๆแล้วอยากให้ทาเป็นตัวสุดท้ายของการทาครีมทั้งหมดนะคะ เนื่องจาก Tretinoin ( Retin-A ) ถูกอ็อกซิไดซ์ได้ง่ายมาก การทาครีมบำรุงตัวอื่นตามอาจจะไปอ็อกซิไดซ์แล้วทำให้ยามีประสิทธิภาพลดลงได้นะคะ
4.ทาเอสเซ็นต์หรือเซรั่มบำรุงผิว เป็นการบำรุงที่บางเบากว่าการทาครีมและมีความเข้มข้นของสารบำรุงค่อนข้างมาก โดยการทาเอสเซ็นหรือเซรั่มในแต่ละผลิตภัณฑ์เพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป เช่น เพื่อการเติมน้ำให้ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ลดริ้วรอย ปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ เพิ่มความกระจ่างใสให้กับใบหน้า เป็นต้น
5.ทาครีมบำรุงมอยเจอร์ไรเซอร์ โดยครีมบำรุงค่อนข้างมีความสำคัญเนื่องจากผิวได้สูญเสียความชุ่มชื้นไปตอนที่เราทำความสะอาดผิว ซึ่งครีมบำรุงมอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยเติมความชุ่มชื้น ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของผิวและของเอสเซ็นต์หรือเซรั่มที่เราได้ทาไปก่อนหน้า อีกทั้งการทาครีมบำรุงจะช่วยปรับสมดุลของการผลิตน้ำมันของผิว โดยให้เริ่มจากการทาครีมสำหรับทารอบดวงตาก่อนเพื่อให้ครีมดูดซึมได้ดี เนื่องจากมีความหนาแน่นของเนื้อครีมน้อยกว่าครีมทาหน้า จากนั้นจึงค่อยทาครีมบำรุงผิวหน้า การใช้ครีมบำรุงมอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวควรเลือกเพียงใช้ตัวเดียวเนื่องจากว่าหากใช้หลายตัวอาจจะทำให้เกิดการอุดตันของผิวได้
6.ทาครีมกันแดด เราต้องปกป้องผิวจากแสง UVB ที่สามารถเข้าทำลายผิวหนังชั้นนอก (epidermis) โดยทำลายเซลล์ผิวหนัง ทำให้เป็นจุดด่างดำและผิวคล้ำเสียบนผิวหนัง รอยแดง ลอก และตุ่มน้ำ หากได้รับสะสมเป็นเวลานานจะเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น และหากได้รับปริมาณมากไปจะเป็นมะเร็งผิวหนังได้ และปกป้องผิวจาก UVA ที่สามารถผ่านเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังได้ลึกถึงชั้นล่างของหนังแท้ ทำลายคอลลาเจนที่ชั้นผิวหนัง ทำให้เกิด ริ้วรอย หย่อนคล้อย และผิวเสื่อมสภาพจากแสงแดด ถึงแม้ว่าเราจะอยู่แต่ให้บ้านก็ยังคงต้องทากันแดดเนื่องจากแสงจากจอโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์และหลอดไฟ สามารถทำร้ายผิวทำให้คล้ำเสียและเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ โดยอาจจะเลือกกันแดดที่มีส่วนผสมของ titanium dioxide (TiO2), zinc oxide (ZnO) มีคุณสมบัติในการป้องกันแสงสีฟ้า Blue light จากโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ได้

Reference:
1.”Guide to skin toners”.Cleure. [Internet]. Available from: https://www.cleure.com/guide-to-skin-toner-s/551.htm.(Cited 28 April 2020)
2.”What is the face serum and why should you use one”.Lorealparisusa. [Internet]. Available from:https://www.lorealparisusa.com/beauty-magazine/skin-care/anti-aging/reasons-to-use-serum.aspx. (Cited 28 April 2020)

Disclaimer

เราจะให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การรักษาโรค การใช้ยาสมุนไพร ฯลฯ อย่างไรก็ตามเนื้อหาในเว็บไซด์ แห่งนี้มีไว้เพื่อการศึกษาหรือเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หรือใช้แทนคำการวินิจฉัย การรักษาทางการแพทย์แต่อย่างไร หากคุณมีอาการเจ็บป่วยหรือรู้สึกไม่สบายควรปรึกษาแพทย์ที่สถานพยาบาลเท่านั้น